Laan-Tim’s Cafe’  หลานติ๋ม คาเฟ่: นั่งจิบกาแฟปล่อยเวลาให้เดินช้าลงในบ้านไม้หลังน้อยใจกลางเชียงราย

ฟังเนื้อหา
Getting your Trinity Audio player ready...

ณ ใจกลางเมืองเชียงราย ในมุมเล็กๆ ของวิถีชีวิตผู้คน ที่นี่ยังซ่อนร้านกาแฟดีๆ เอาไว้มากมายรอให้เราได้ไปค้นพบ และถ้าหากคุณกำลังมองหาสถานที่สักแห่งในตัวเมืองเชียงราย ที่จะช่วยให้คุณได้วางความเร่งรีบลง แล้วนั่งพักผ่อนแบบจริงๆ จังๆ ผมอยากจะพาคุณไปรู้จักกับร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “Laan-Tim’s Cafe” หรือในชื่อภาษาไทยที่แสนจะน่าเอ็นดูว่า “หลานติ๋ม คาเฟ่”

ย้ำกันสักนิดนะครับว่าชื่อร้านคือ “หลานติ๋ม” (Laan-Tim) ที่หมายถึงหลานของคุณยายติ๋ม ไม่ใช่ “ร้านติ๋ม” แต่อย่างใด ชื่อร้านที่เรียบง่ายนี้สะท้อนตัวตนของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนเราแวะมาเยี่ยมบ้านญาติผู้ใหญ่ที่ใจดี สักที่หนึ่งที่มีขนมอร่อยๆ และกาแฟหอมๆ เตรียมไว้ต้อนรับลูกหลานเสมอ

สัมผัสแรก: ความอบอุ่นในบ้านไม้หลังน้อย

ทันทีที่มาถึง สิ่งแรกที่สะดุดตาคือบรรยากาศของตัวร้าน หลานติ๋ม คาเฟ่ ไม่ได้เป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่โตโอ่อ่า แต่เป็นคาเฟ่ขนาดกะทัดรัดที่ดัดแปลงมาจากบ้านไม้เก่า ตั้งอยู่ด้านหน้าของโฮสเทลชื่อดังอย่าง “บ้านนอนเพลิน” ตัวร้านตกแต่งในสไตล์ที่ผสมผสานระหว่างความมินิมอลแบบญี่ปุ่นกับความอบอุ่นแบบไทยๆ ได้อย่างลงตัว

โครงสร้างไม้สีน้ำตาลอ่อนตัดกับผนังสีขาวสะอาดตา และกระจกบานใหญ่รอบร้านที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้ภายในร้านดูโปร่ง โล่ง และสบายตามากครับ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้และของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาดินเผาหรือกระถางต้นไม้เล็กๆ ล้วนถูกวางไว้อย่างตั้งใจแต่ไม่ดูจงใจจนเกินไป ทุกมุมมองให้ความรู้สึก “Homey” หรือความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านจริงๆ

บรรยากาศในร้านค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งอ่านหนังสือเล่มโปรด หรือพกโน้ตบุ๊กมานั่งทำงานเงียบๆ เพราะที่นี่มีปลั๊กไฟให้บริการตามจุดต่างๆ

ที่สำคัญไม่น้อยคือสัญญาณ Wi-Fi ก็เร็วและเสถียรมากพอที่จะรองรับการทำงานแบบ Remote Work ได้สบายๆ ร้านนี้ไม่เกี่ยงถ้าจะนั่งแช่นานๆทำงานไป แต่ก็ต้องบอกกันตรงๆ นิดนึงนะครับว่า ในบางวันที่อากาศภายนอกร้อนจัดมากๆ เครื่องปรับอากาศในร้านอาจจะสู้แดดเมืองไทยได้ไม่เต็มที่นัก แต่โดยรวมแล้วก็ยังถือว่านั่งได้เพลินๆ ไม่ถึงกับร้อนจนหงุดหงิด แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวนี่บรรยากาศยอดเยี่ยมเลย

รสชาติของกาแฟ: ความใส่ใจในทุกแก้ว

มาถึงหัวใจหลักของคาเฟ่นั่นคือ “กาแฟ” ต้องบอกว่าหลานติ๋มไม่ได้มีดีแค่ร้านสวย แต่รสชาติกาแฟของที่นี่ถือว่า “เอาเรื่อง” ในทางที่ดีมากๆ ครับ คอกาแฟที่ชอบรสชาติที่มีมิติ น่าจะถูกใจไม่น้อย เพราะทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ คั่วมาในระดับที่พอดี ไม่เข้มจนขมไหม้ แต่ยังคงกลิ่นหอมและคาแรคเตอร์ของกาแฟไว้ได้อย่างครบถ้วน

สำหรับสาย Dirty Coffee เมนูนี้ถือเป็นซิกเนเจอร์ที่หลายคนพูดถึง ความเย็นจัดของนมที่มันนัว ผสมผสานกับช็อตเอสเพรสโซ่อุ่นๆ ที่ราดลงมาด้านบน ทำให้ได้รสสัมผัสที่ตัดกันแต่นุ่มนวล จิบแรกจะได้รสเข้มของกาแฟ ตามด้วยความหอมมันของนม เป็นแก้วที่ทำให้ตื่นตัวได้ดีทีเดียว ราคาอาจจะดูสูงนิดหน่อยเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในต่างจังหวัด (ประมาณ 120 บาท) แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพที่ได้ ผมว่าคุ้มค่าครับ

ส่วนใครที่ชอบความสดชื่น แนะนำให้ลองเมนูกาแฟผลไม้ครับ ที่นี่ทำออกมาได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น Orange Coffee (กาแฟน้ำส้ม) หรือ Lychee Espresso (กาแฟลิ้นจี่) ที่ทางร้านผสมผสานรสขมของกาแฟเข้ากับรสเปรี้ยวหวานของผลไม้ได้อย่างลงตัว ไม่ใช่แค่การเอาน้ำเชื่อมมาใส่ แต่เป็นการดึงรสชาติที่ทำให้ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น ดับกระหายคลายร้อนได้ดีเยี่ยม กลิ่นผลไม้หอมเตะจมูกโดยไม่กลบกลิ่นกาแฟ เป็นมิติการดื่มที่สนุกและไม่จำเจ

แต่ถ้าใครเป็นสายคลาสสิกอย่าง Latte (ลาเต้) กาแฟนมของที่นี่ก็ทำออกมาได้นุ่มนวล “Smooth” มากๆ ครับ ไม่มีความรู้สึกขมติดคอ หรือรสนมที่มากเกินไปจนเลี่ยน เป็นลาเต้ที่ดื่มได้เรื่อยๆ เพลินๆ จนหมดแก้วโดยไม่รู้ตัวครับ สำหรับราคาเครื่องดื่มโดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่ประมาณ 60-80 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคามาตรฐานสำหรับคาเฟ่คุณภาพระดับนี้ในปัจจุบันครับ

ขนมหวาน: รสชาติแบบโฮมเมดที่จริงใจ

นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ขนมของที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่อยากให้พลาดครับ ขนมที่หลานติ๋ม คาเฟ่ จะไม่ใช่ขนมเค้กที่ตกแต่งอลังการดาวล้านดวง แต่เป็นขนมหน้าตาเรียบง่ายที่รสชาติ “อร่อยมาก”

เมนูที่อยากแนะนำให้ลองสั่งมาทานคู่กับกาแฟคือ “พุดดิ้ง” (Pudding) ครับ พุดดิ้งของที่นี่เนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น รสชาติหวานกำลังดี ไม่หวานแหลมจนแสบคอ ทานคู่กับซอสคาราเมลที่ราดมา ยิ่งเข้ากันได้ดีกับกาแฟเข้มๆ หรือจะเป็น “บานอฟฟี่” (Banoffee) ที่รสชาติกลมกล่อม หอมกล้วยและคาราเมล หรือถ้าใครชอบความเข้มข้น “ช็อกโกแลตทาร์ต” และ “มัทฉะทาร์ต” ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ รสชาติเข้มข้นถึงวัตถุดิบจริงๆ

อีกเมนูที่น่าสนใจคือ “ชิฟฟ่อนหม้อแกงเผือก” ซึ่งเป็นการผสมผสานขนมไทยเข้ากับเบเกอรี่ฝรั่งได้อย่างสร้างสรรค์ รสสัมผัสของเนื้อเค้กนุ่มๆ ตัดกับความหอมหวานของหม้อแกง เป็นรสชาติที่หาทานได้ยากและเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ

เจ้าถิ่นตัวจริง: “ถุงทอง” แมวส้มผู้ทรงอิทธิพลในร้านนี้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนตั้งใจมาที่ร้านนี้ นอกเหนือจากกาแฟและบรรยากาศแล้ว ก็คือเจ้าถิ่นตัวอ้วนกลมสีส้มที่มีชื่อว่า “ถุงทอง” 

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่า หลานติ๋ม คาเฟ่ ไม่ใช่ Cat Cafe ที่จะมีแมวมาคอยรุมล้อมเอาใจคุณ แต่ถุงทองเป็นเหมือนสมาชิกในบ้านที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระ น้องเป็นแมวส้มตัวใหญ่ (ใหญ่มากจริงๆ ครับ บางคนบอกว่าตัวใหญ่กว่าหมาปอมฯ เสียอีก) ที่มีบุคลิกค่อนข้างอินดี้และรักสันโดษ

กิจวัตรประจำวันของถุงทองคือ “การนอน” ครับ คุณอาจจะเห็นน้องนอนหลับอุตุอยู่ตามมุมต่างๆ ของร้าน หรือบางทีก็เดินนวยนาดตรวจตราความเรียบร้อยด้วยท่าทีที่ดูง่วงงุน ถุงทองไม่ได้เป็นแมวรับแขกที่จะวิ่งเข้าหาคน หรือยอมให้ใครมาอุ้มมาเล่นด้วยง่ายๆ น้องมักจะไม่ค่อยมายุ่งกับลูกค้าเท่าไหร่ แต่ความนิ่งและความเมินเฉยของน้องนี่แหละครับคือเสน่ห์ที่ทำให้ทาสแมวทั้งหลายต้องใจละลาย

การได้เจอถุงทองจึงเป็นเหมือนเรื่องของโชคชะตาครับ บางวันคุณอาจจะไปแล้วไม่เจอน้องเลย หรือบางวันโชคดีหน่อย น้องอาจจะเดินมาโชว์ตัวใกล้ๆ ให้ได้ถ่ายรูป หรือถ้าโชคดีมากๆ (ระดับถูกหวย) น้องอาจจะยอมเดินมาคลอเคลียสักนิดหน่อย แต่ถึงแม้จะไม่ได้เล่นด้วย แค่ได้เห็นก้อนขนสีส้มๆ นอนหลับสบายใจอยู่ในร้าน ก็ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็นเลยครับ

การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวก

ในส่วนของการบริการ พนักงานที่นี่น่ารักและเป็นกันเองมากครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเมนูต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แม้ในช่วงที่ลูกค้าเยอะ พนักงานก็ยังคงให้บริการด้วยความสุภาพและใส่ใจ เจ้าของร้านเองก็น่ารักและดูแลลูกค้าดีมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนมานั่งเล่นที่บ้านเพื่อนจริงๆ

สำหรับใครที่กังวลเรื่องการชำระเงิน ร้านนี้รับเฉพาะเงินสดและการโอนจ่ายผ่าน QR Code นะครับ ไม่ได้รับบัตรเครดิต ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของร้านคาเฟ่ไซส์นี้ในต่างจังหวัด

ส่วนเรื่องที่จอดรถ ต้องบอกตามตรงว่าเป็นจุดที่อาจจะลำบากนิดหน่อยครับ เนื่องจากร้านตั้งอยู่ติดถนนและอยู่ในย่านชุมชนเมือง (ใกล้โรงเรียนสามัคคีวิทยาคมและหอนาฬิกา) พื้นที่จอดรถหน้าร้านจึงมีจำกัด จอดรถยนต์ได้เพียงไม่กี่คัน หรือต้องอาศัยจอดแปะริมถนนเอา ซึ่งบางช่วงเวลาก็หายากพอสมควร แต่ถ้าใครแว้นมอเตอร์ไซค์มาก็จะสะดวกกว่ามากครับ สามารถหาที่จอดได้ง่ายกว่าเยอะ

บทสรุป: ทำไมคุณถึงควรแวะมาที่นี่?

“หลานติ๋ม คาเฟ่” อาจไม่ใช่ร้านที่หวือหวาที่สุดในเชียงราย ไม่ใช่ร้านที่มีมุมถ่ายรูปอลังการไว้ลงโซเชียลแบบตะโกน แต่ที่นี่คือร้านกาแฟที่ “จริงใจ” ครับ จริงใจทั้งในเรื่องของรสชาติกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดี จริงใจในขนมโฮมเมดที่ทำด้วยความตั้งใจ และจริงใจในบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่อบอุ่น

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเสพสุนทรียภาพของความเงียบสงบ ชอบนั่งมองแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้ ชอบกลิ่นกาแฟหอมๆ ที่อบอวลอยู่ในอากาศ และชอบที่จะลุ้นว่าจะได้เจอเจ้าแมวอ้วนสีส้มไหม ที่นี่คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณครับ

ร้านนี้เหมาะมากสำหรับการมานั่งพักผ่อนหลังจากเดินเที่ยวในตัวเมืองมาเหนื่อยๆ หรือจะมานั่งทำงาน อ่านหนังสือในวันว่างๆ ก็ดีไม่แพ้กัน มันเป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เวลาเดินช้าลง และความสุขหาได้ง่ายๆ แค่กาแฟดีๆ สักแก้วกับบรรยากาศที่แสนสบายใจ

ใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนเชียงราย ลองแวะไปหา “หลานติ๋ม” ดูนะครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะตกหลุมรักบ้านไม้หลังน้อยและเจ้าแมวส้มตัวนี้ เหมือนกับที่ผมและอีกหลายๆ คนหลงรักมาแล้วก็ได้ครับ


ข้อมูลสรุปสำหรับนักเดินทาง

  • ชื่อร้าน: Laan-Tim’s Cafe’ & Gallery (หลานติ๋ม คาเฟ่)
  • ที่ตั้ง: ถนนงำเมือง อำเภอเมืองเชียงราย (ใกล้โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม และหอนาฬิกาเชียงราย)
  • บรรยากาศ: โฮมมี่, มินิมอล, อบอุ่น, เงียบสงบ
  • เมนูแนะนำ: Dirty Coffee, กาแฟน้ำผลไม้ (ส้ม/ลิ้นจี่), ลาเต้ร้อน/เย็น, พุดดิ้ง, บานอฟฟี่
  • ราคา: เครื่องดื่มประมาณ 60 – 120 บาท
  • การชำระเงิน: เงินสด / สแกนโอน (ไม่รับบัตรเครดิต)
  • ที่จอดรถ: ริมถนนหน้าร้าน (ค่อนข้างจำกัด) มอเตอร์ไซค์สะดวกกว่า
  • หมายเหตุ: มีแมวส้มชื่อ “ถุงทอง” (น้องไม่ค่อยรับแขกแต่น่ารักมาก)
แชร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *